Sunday, February 17, 2008

Heaven 2/17/08

*Click on the picture to enlarged*



สววรค์ มี 6 ภูมิ
สววรค์ภูมิที่ 1 คือ จาตุมหาราชิกา มือเทวาผู้เป็นใหญ่ 4 องค์ คือ

1. ทิศตะวันออก ท้าวธตรัฏฐ (อินทะ) เป็นผู้ปกครอง คันธัพพเทวดา หรือ คนธรรพ์ (คนธรรพ์มีความถนัดในการดนตรี การละคร ระบำรำฟ้อน ศิลปะ วรรณกรรม กวีนิพนธ์ เมื่อมีเทวสมาคมครั้งใด คนธรรพ์มักทำหน้าที่ขับกล่อมให้ความสำราญแก่ หมู่ทวยเทพทั้งหลาย คนธรรพ์นี้เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ทำบุญเจือด้วยกามคุณ)
2. ทิศใต้ คือ ท้าววิรุฬหก (ยมะ) เป็นผู้ปกครอง กุมภัณฑ์ เทวดา (มีรูปร่างแปลก หน้าตาพองๆ เป็นยักษ์ประเภทหนึ่งแต่ไม่น่ากลัวเหมือน ยักษ์ ไม่มีเขี้ยว ผมหยิกๆ ผิวดำ ท้องโต พุงโร กุมภัณฑ์มีตั้งแต่ชั้นสูงจนถึงชั้นล่าง มีหน้าที่ลงไปทรมานสัตว์นรกในยมโลก)
3. ทิศตะวันตก คือ ท้าววิรูปักข (วรุณ) เป็นผู้ปกครอง นาคเทวดา (เป็นราชาแห่งงู จัดเป็นเดรัจฉานด้วย เพราะมีลำตัวไปทางขวางและไม่สามารถบรรลุธรรมได้ แต่ก็จัดอยู่ฝ่ายสุคติภูมิ อยู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา นาคแบ่ง ออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่ เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ )



4. ทิศเหนือ คือ ท้าวกุเวร (เวสสุว์ณณ) เป็นผู้ปกครอง ยักขเทวดา (ผู้ที่เขาบูชาเซ่นสรวง หรือผู้ทำความพยายามให้เขาบูชาเซ่นสรวง ยักษ์มีหลายระดับ ตั้งแต่ยักษ์ชั้นสูง ยักษ์ชั้นกลาง ยักษ์ชั้นล่าง มีความละเอียดประณีตแตกต่างกันตามกำลังบุญ เหตุที่มาเกิดเป็นยักษ์เพราะทำบุญเจือด้วยความโกรธ มักหงุดหงิดรำคาญใจ)

สววรค์ภูมิที่ 2 คือ ดาวดึงส์ มือพระอินทร์เป็นจอมเทพ คือเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ทำบุญเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งดีงาม เป็นสิ่งที่ควรทำ กระทำแล้วก็สั่งสมบุญ สั่งสมเทวธรรม มีหิริ โอตตัปปะด้วย เมื่อละโลกก็จะไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่หน้าตัดของเขาสิเนรุ ที่ชื่อว่า ดาวดึงส์ เพราะเป็นที่อยู่ของเทพผู้ปกครองภพถึง 33 องค์ โดยมีท้าวสักกเทวราช หรือพระอินทร์ เป็นประธาน และที่สำคัญมีพระธาตุจุฬามณี ซึ่งทุกวันพระเทวดาจะมาประชุมกันที่สุธรรมาเทวสภา เพื่อรับฟังโอวาทจากท้าวสักกะ
สวนสววรค์ในชั้น ดาวดึงส์ มีอยู๋สี่คือ
1. ทิศตะวันออก คือ สวนนันทวัน
2. ทิศตะวันตก คือ สวนจิตรลดาวัน
3. ทิศเหนือ คือ สวนมิสสกวัน
4. ทิศใต้ คือ สวนผารุสกวัน

สววรค์ภูมิที่ 3 คือ ยามา คือเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ทำบุญเพราะอยากจะสืบทอดและรักษาประเพณีแห่งความดีงามนั้นไว้ ทำนองว่าวงศ์ตระกูลสร้างสมความดีมาอย่างไรก็อยากจะรักษาประเพณีไว้ หรือผู้หลักผู้ใหญ่สอนอย่างไร บรรพบุรุษทำมาอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ทำกันไปตามธรรมเนียม เช่น เห็น ปู่ย่าสร้างโบสถ์ บำรุงวัด สร้างพระประธาน ก็ทำตามนั้นด้วย หรือพระภิกษุที่รักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ที่พระต้องมีหน้าที่รักษาพระพุทธศาสนา เมื่อละโลกแล้ว ส่วนใหญ่จะไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นนี้ ซึ่งตั้งอยู่สูงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ขึ้นไป


สววรค์ภูมิที่ 4 คือ ดุสิต หรือในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันเรียกกันว่า ดุสิตบุรี คือ เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ ทำบุญเพื่อปรารถนาสงเคราะห์โลก ปรารถนาให้ชาวโลกมีความสุข มีความคิดที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพื่อตนเองอย่างเดียว แต่เพื่อสงเคราะห์โลก เพื่อนมนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วย เมื่อละโลกแล้วก็จะไปสวรรค์ ชั้นนี้ ซึ่งตั้งอยู่สูงถัดจากสวรรค์ชั้นยามาขึ้นไปโครงสร้างของสวรรค์ชั้นดุสิต มีวิมานของท้าวสันดุสิตเป็นศูนย์กลาง ของสวรรค์ชั้นนี้ แล้วแบ่งออกเป็น 4 เขต วนโดยรอบวิมานของท้าวสันดุสิต ดังนี้

เขตที่ 1 เป็นที่อยู่ของพระอริยเจ้า คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี ซึ่งอยู่ชั้นในสุด
เขตที่ 2 เป็นที่อยู่ของนิยตโพธิสัตว์ คือ พระโพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นอน ซึ่งวงบุญพิเศษของผู้ที่มีมโนปณิธานจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปสู่ฝั่งพระนิพพาน ให้หมดจนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม ก็จะอยู่ในเขตนี้ด้วย
เขตที่ 3 เป็นที่อยู่ของอนิยตโพธิสัตว์ คือ พระโพธิสัตว์ที่ยังไม่ได้รับ พยากรณ์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังต้องสร้างบารมีอีกมาก
เขตที่ 4 เป็นที่อยู่ของผู้ที่ทำกุศลมาก และมีกำลังบุญมากพอที่จะได้อยู่สวรรค์ชั้นดุสิตนี้ เป็นเขตทั่วไป นอกเหนือจาก 3 เขตแรก




สววรค์ภูมิที่ 5 คือ นิมมานรดี คือ เมื่อ ครั้งเป็นมนุษย์ เห็นผู้อื่นทำบุญแล้วได้รับ การยกย่อง ส่งเสริม จึงอยากจะทำบุญนั้นบ้าง อยากจะเป็นอย่างนั้นบ้าง เมื่อละโลกแล้ว จะไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นนี้ ซึ่งตั้งอยู่สูงจากสวรรค์ชั้นดุสิตขึ้นไป



สววรค์ภูมิที่ 6 คือ ปรนิมมิตวสวัตตี คือ เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ทำบุญด้วยความเลื่อมใส เคารพในทาน ทำแล้วมีความรู้สึกปลื้มใจ ในบุญที่ทำนั้น เมื่อละโลกแล้วจะบังเกิดบนสวรรค์ชั้นนี้ ซึ่งตั้งอยู่สูงจากสวรรค์ชั้นนิมมานรดีขึ้นไป








Thursday, February 14, 2008

Dhamma Discussion every Sunday




The schedule of Dhamma talk on February 2008

สนทนาธรรมประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. ( 1.00 p.m.-3.00 p.m.)

วันอาทิตย์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ( Sunday, February 3, 2008)
  • เรื่อง พัฒนาการ ๔ โดย...อาจารย์สำรวย ดีมั่น

วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ( Sunday, February 10, 2008)

  • เรื่อง พุทธศาสนา เีรียกว่า วิภัชชวาที โดย...อาจารย์สุพัฒน์ อินทร์สามรัตน์

วันอาทิตย์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ( Sunday, February 17, 2008)

  • เรื่อง อุปลมณี โดย....นายแพทย์ธวัชชัย อ่อนสนิท

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ( Sunday, February 24, 2008)

  • เรื่อง ปกิณกะ โดย...คุณเอนก ศิริภัสราภรณ์ และ คุณอริสา เจนตพันธุ์

สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา